addmilk's profileอย่ายอมแพ้.....จนกว่าจะไ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 02 with you
I need you boo I need you boo (ooh!)
Cause if I got you, I don't need money Oh... Oh Girl Cause If I got you, I don't need money I don't need cars Oh... Yeaheah... And I... I need you boo I need you boo (big needy) Oh... Yay yeah..
June 28 trueรักและอาลัยยิ่งวันนี้ไปทำงานอย่างเร่งรีบเช่นเคย ทั้งเรียน และทำงานมันเหนื่อยมากจิงๆๆๆ เหอะๆๆๆ วันนี้ทำงานผิดพลาดใจไม่มีสติ เมื่อยขา แปลกมาก ความรู้สึกแปลกๆๆ แต่โชคดีที่ไม่โดนด่าหรือโดนไล่ออก อย่างน้อยเราก้อยังโชคดีที่วันนี้ลูกค้าเยอะมาก เจ้าของร้านเลยอารมดีเป็นพิเศษ ไม่งั้นตกงานแน่ๆๆ จากนั้นกลับถึงห้องก้อโทรหาแม่อย่างทุกวัน อยากจะระบาย แต่.....วันนี้กลับได้ยินข่าวร้ายจากแม่แทน พี่ทัดพี่สาวที่รักได้เสียชีวิตแล้ว ใจหายและเสียใจมาก อยากกลับไปส่งพี่สาว แต่น้องคนนี้ก้อไม่สามารถกลับไปได้.....ไม่คิดว่าความฝันของเราเรื่องฟันหักทั้งบนและล่างจะเป็นจิง ขอให้ไม่เป็นจิงอีกเลย
ขอให้พี่ทัดพี่สาวผู้น่ารักไปสู่สรวงสวรรค์........ June 27 I believe i can flyI used to think that I could not go on
And life was nothing but an awful song But now I know the meaning of true love I'm leaning on the everlasting arms If I can see it, then I can do it If I just believe it, there's nothing to it [1] - I believe I can fly I believe I can touch the sky I think about it every night and day Spread my wings and fly away I believe I can soar I see me running through that open door I believe I can fly I believe I can fly I believe I can fly See I was on the verge of breaking down Sometimes silence can seem so loud There are miracles in life I must achieve But first I know it starts inside of me, oh If I can see it, then I can be it If I just believe it, there's nothing to it [Repeat 1] Hey, cuz I believe in me, oh If I can see it, then I can do it If I just believe it, there's nothign to it [Repeat 1] Hey, if I just spread my wings I can fly I can fly I can fly, hey If I just spread my wings I can fly Fly-eye-eye June 25 fan clubตัวเราเปลี่ยนพร้อมสมองเรา ทุกๆ วัน วนิษา เรซ : ใครที่เคยคิดว่า เรามีความทุกข์มาก เคยผ่านเรื่องราวแย่ๆ มามากมาย นึกไม่ออกเลยว่าชีวิตนี้จะกลับมามีความสุขได้อย่างไร หรือเราจะมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ ได้หรือไม่นั้น บอกได้เลยว่า เป็นคนที่มองโลกได้ผิดความเป็นจริงไปมาก รู้ไหมคะว่า สมองของเรามีศักยภาพที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ไม่จำกัด...แม้วันนี้ทุกข์ แต่ถ้าเราฝึกไปเรื่อยๆ อีกสิบวันหรือสิบสัปดาห์เราก็กลับมามีความสุขได้ เพราะเส้นใยสมองของเราสร้างใหม่ได้ทุกวัน...เราฝึกนิสัยใหม่ๆ ได้ทุกวัน...ฝึกวิธีคิดใหม่ๆ ได้ทุกวัน...ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนโชคดีเท่ากับมนุษย์อีกแล้วค่ะ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง...และตั้งแต่เรียนรู้เรื่องนี้หนูดีไม่เคยกลัวความทุกข์อีกเลย เพราะรู้แล้วว่าสมองของเรานั้นมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปรตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา...ทุกข์ได้ก็ฝึกให้เลิกทุกข์ได้แล้วจะกลัวกันไปทำไม...ใช่ไหมคะ
![]() Brain การทำงานของสมอง เมื่อก่อน คนเรามักมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่า สมองเรียนรู้ได้ดีที่สุดถึงแค่อายุเดียว พอผ่านวัยเด็กไปแล้ว สมองก็จะทำงานลดระดับลงเรื่อยๆ พอเข้าวัยชรา สมองก็เสื่อมสภาพ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คิดอะไรไม่ค่อยออก เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็ไม่ได้ หนูดีทำงานด้านสมองและการพัฒนาอัจฉริยภาพ ต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามา เพราะอยากเรียนรู้วิธีการพัฒนาสมองของตนเอง ทุกคนก็จะมีคำถามแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับสมอง แต่คำถามหนึ่งซึ่งหนูดีได้ยินเป็นประจำเลยก็คือ “ดิฉัน/ผม ทำงานหนักมาก ช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก คิดว่าสมองคงค่อยๆ เสื่อมแล้วล่ะ มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง” ทุกครั้งที่ได้ยิน หนูดีก็จะขำปนเป็นห่วงว่า คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสมองของตนเองอยู่ผิดๆ พอสมควร ความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของตัวเองผิดแล้ว บางครั้งคนที่มีลูกส่วนใหญ่ก็ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของลูกผิดอีกด้วยนะคะ เพราะเรามักได้รับรู้เรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” หรือ Window of Opportunities กันเป็นประจำว่า ถ้าไม่สอนเด็กเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้แล้ว เด็กจะไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ได้เลยจนวันตาย เช่น ถ้าไม่เรียนภาษาที่สองก่อนอายุสิบสองปีแล้ว เด็กจะไม่มีวันได้สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาไปตลอดชีวิต ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” นี้ เป็นเรื่องที่มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แต่สมองของเรา ไม่ได้แบ่งแยกเป็นดำกับขาวขนาดนั้นค่ะ เรื่องไหนที่เราพลาดการเรียนรู้ไปในวัยหนึ่ง เราก็สามารถที่จะยังเรียนรู้เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่า มันอาจเรียนยากขึ้น ก็เท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่นผู้ใหญ่บางคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เมื่อโตขึ้น สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ ก็ต้องมานั่งเรียนภาษากันใหม่แทบจะทั้งหมด บางคนต้องเรียนภาษาอังกฤษ บางคนต้องเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาฝรั่งเศส ก็เห็นเรียนกันได้ในระดับใช้การได้ดีทีเดียว ได้ปริญญาโทปริญญาเอกในประเทศนั้นๆ ติดมือกลับมากันเป็นแถว ซึ่งเมื่อสอบถามดูก็พบว่า การเรียนนั้น ยากกว่าเรียนตอนเด็กๆ แน่นอน เพราะกระบวนการรับข้อมูลของเราไม่อ่อนนุ่มยืดหยุ่นเท่าของเด็ก แต่ก็ไม่ได้เรียนยากเย็นขนาดนั้น... หรือในกรณีการเรียนเต้น เช่น บัลเลต์ ซึ่งมีความเชื่อกันมานานว่า ควรเรียนตั้งแต่เด็กๆ จึงจะดีที่สุด ตัวหนูดีเองก็เรียนบัลเลต์แต่เด็ก และก็คิดว่า มันเป็นประโยชน์มากต่อท่าทางและบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ ช่วยให้เราไปเรียนเต้นในด้านอื่นได้ดี เดินเหินสง่า หลังตรง แต่เมื่อได้รับรู้ถึงผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ที่มาเริ่มเรียนเต้นเอาตอนโตๆ แล้ว ก็ต้องทึ่ง เช่น คุณจรินทร์ ยุทธศาสตร์โกศล ก็มาเริ่มเรียนบัลเลต์เอาตอนอายุประมาณห้าสิบปี จนเต้นได้เก่งมากเท่ากับนักบัลเลต์มืออาชีพ มีงานแสดงทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ เป็นที่นับถือเลยทีเดียว ทั้งหมดที่หนูดีชวนคุยมา ก็เพื่อจะบอกว่า สมองของเรานั้นมี “ความยืดหยุ่น” หรือ Brain Plasticity อยู่สูงมาก คำนี้ก็มาจากคำว่า “พลาสติก” นั่นเอง พูดง่ายๆ ว่าสมองของเรามีสภาพคล้ายพลาสติก คือยืดได้ขยายได้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...จริงๆ แล้ว สมองของคนเรา น่าทึ่งกว่าที่เราคิดมหาศาล ก็เพราะคำว่า พลาสติกนี่เองค่ะ อย่างที่ใครๆ เคยเชื่อกันว่า สมองหยุดการเรียนรู้ในวัยใดวัยหนึ่ง คำพูดนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองต้องขอออกมาค้านกันแบบหัวชนฝาเลยนะคะ เพราะว่างานวิจัยมันบอกชัดเจนมากว่า สมองของคนเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นประจำทุกห้วงลมหายใจเลยค่ะ การที่สมองพร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติของชาติพันธุ์หนึ่งๆ นะคะ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มนุษย์อย่างพวกเรา ซึ่งถ้ามองในเชิงของโลกแล้ว ก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ไม่ต่างจากนกกระสา หรือเสือดาว แต่ความเป็น “พลาสติก” นี้กลับมีส่วนทำให้เราครองโลกได้อย่างทุกวันนี้ บอกได้ว่า ไม่ธรรมดาเลยค่ะ ลองนึกดูนะคะว่า มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัวมากมายขนาดไหน เปรียบเทียบกัน ถ้าเราเอานกเขตร้อน ไปปล่อยที่ขั้วโลกเหนือ รับรองว่านกตัวนั้นต้องตายภายในเวลาไม่นานนัก แต่ถ้าลองเอาคนสักคนหนึ่งไปปล่อย รับรองว่า คนคนนั้น จะต้องหาทุกวิถีทางที่จะเอาชีวิตรอดให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปล่าสัตว์เอามากิน แล่ขนสัตว์ขั้วโลกเหนือหนาๆ มาห่มตัว มาทำเป็นรองเท้า รวมไปถึงการสร้างที่อยู่อาศัยที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้ตัวเราสูงที่สุด ว่าไปแล้ว ทักษะในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แปลกใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์เราแพร่ขยายไปจนทั่วดาวเคราะห์โลกดวงนี้ ตั้งแต่เส้นศูนย์สูตรไปจนจรดขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ อย่างไม่เคยมีสัตว์โลกชนิดไหนทำได้ขนาดนี้เลย สิ่งที่ทำให้เราทำได้แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างชัดเจน ก็คือ “ความยืดหยุ่น” ของสมองเรานี่เอง แม้ในโลกปัจจุบันนี้ ที่เราเลิกอาศัยอยู่ในถ้ำไปนานหลายพันปีแล้ว แต่สมองของเราก็ยังทำงานใกล้เคียงเดิมทุกประการ ในเวลาที่เราอยู่ในถ้ำ สิ่งที่จำเป็นต่อการรอดชีวิตที่สุด ก็คือการประเมินสถานการณ์รอบตัวด้วยความรวดเร็วแม่นยำ และการปรับพฤติกรรมตัวเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์นั้น ในยุคปัจจุบันที่เราอยู่อาศัยเป็นสังคมเมืองมานานแล้ว แต่ในเชิงสมองถือว่า ยังไม่นานเลย ดังนั้น เราจึงยังเป็นเจ้าของสมองยุคเก่าอยู่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในยุคนี้ เราต้องเข้าโรงเรียน ต้องหิ้วคอมพิวเตอร์ไปทำงาน ติดต่อลูกค้าต่างประเทศ จัดเตรียมผลิตภัณฑ์ให้ส่งตรงเวลา และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เราไม่จำเป็นต้องทำเลยเวลาอยู่ในถ้ำ แต่สมองของเราก็ยังคงถูกสั่งการให้ประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็วแม่นยำตามเดิม นี่เอง จึงเป็นที่มาของคำว่า “การเรียนรู้เกิดตลอดชีวิต” เพราะในความเป็นจริงแล้ว สมองมนุษย์ถูกสร้างมาให้เรียนรู้และปรับสภาพสมองตลอดชีวิต ไม่มีวันไหนเลยที่สมองจะหยุดการเปลี่ยนแปลงปรับตัว และยิ่งสมองเปลี่ยนแปลงบ่อย ยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ง่ายขึ้น การสร้างเส้นใยสมองใหม่ๆ ง่ายมาก แปลได้ง่ายๆ ว่า ยิ่งเราเรียนรู้มากเท่าไร เรายิ่งเรียนรู้ได้มากขึ้นอีกเท่านั้น เพราะสมองไม่เหมือนเงิน ซึ่งยิ่งใช้ยิ่งหมดไป แต่เส้นใยสมอง ยิ่งใช้มากยิ่งมีมากขึ้น ไม่จำกัด ดังนั้น กลับมาที่คำถามยอดฮิต ว่า คนอายุมากขึ้น สมองทำงานลดประสิทธิภาพลงหรือเปล่านั้น ตอบได้เลยค่ะว่า ไม่มีทางแน่นอน ถ้าเราฝึกใช้สมองของเราเป็นประจำ คิดอะไรใหม่ๆ เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่เรื่อย เท่ากับเราช่วยชะลออายุสมองให้เป็นเด็กได้ตลอดกาล เพราะสมองคนแก่ที่ชอบเรียนรู้ กระตือรือร้นนั้นมีลักษณะคล้ายสมองเด็ก แต่สมองเด็กวัยรุ่นที่นอนดึก ดื่มเหล้า และใช้ชีวิตด้วยความเครียดกลับมีลักษณะคล้ายสมองคนแก่อย่างไม่น่าเชื่อ อายุสมองจึงอยู่ที่เราใช้การเขาอย่างไร มากกว่าอายุที่แปรเปลี่ยนไปตามปฏิทิน...ความทุกข์ความสุขเหมือนกันค่ะ เราสามารถฝึกได้เหมือนกับทักษะอื่นๆ เช่นกัน รู้อย่างนี้แล้ว...วันนี้ลองฝึกทำอะไรที่มีความสุขดูนะคะ แล้วภายในเวลาไม่นานสมองเราจะสร้างเส้นใยใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสุขให้เราเอง all by myselfWhen I was young Feeling homesick..........misssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssss June 22 บ้านนี้มีรักlet's start itบทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
อ่านแล้วชอบมาก มันคือเรื่องจิงที่ และมีอยู่จิง แปลกดีเหมือนกัน ทำไมหน่อ!!!! ความสุขอยู่ที่ใจจิงๆๆๆ
June 19 IM YOURSWell, you done done me and you bet I felt it
I tried to be chill but your so hot that I melted I fell right through the cracks, now I'm tryin to get back before the cool done run out I'll be givin it my best test and nothin's gonna stop me but divine intervention I reckon it's again my turn to win some or learn some But I won't hesitate no more, no more, it cannot wait I'm yours Well open up your mind and see like me open up your plans and damn you're free look into your heart and you'll find love love love love listen to the music of the moment people dance and sing We're just one big family And it's our godforsaken right to be loved loved loved loved loved So, i won't hesitate no more, no more, it cannot wait i'm sure there's no need to complicate our time is short this is our fate I'm yours *scat* I've been spendin' way too long checkin' my tongue in the mirror and bendin' over backwards just to try to see it clearer But my breath fogged up the glass and so I drew a new face and I laughed I guess what I'd be sayin' is there ain't no better reason to rid yourself of vanities and just go with the seasons it's what we aim to do our name is our virtue But I won't hesitate no more, no more it cannot wait I'm yours Well open up your mind and see like me open up your plans and damn you're free look into your heart and you will find that the sky is yours so please don't, please don't, please don't, there's no need to complicate, Cause our time is short This, this, this is our fate, I'm yours วันนี้มีความสุขจิงๆๆ โอกาสมาถึงแระ ขอบคุณทุกๆๆอย่าง ขอบคุณจิงๆๆค่ะ missssss misssss ไม่เคยจะห่างกันแม้วันนี้ไม่มีเธอใกล้ๆ
แต่รู้ว่าใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน ใครกี่คนไม่เคยคิดผูกพัน ก็เพราะใจฉันนั้นมีแต่เธอเพียงคนนี้ ด้วยภาระและทางที่เราต้องเดิน แต่ว่าฉันไม่เคยเพลิดเพลินคิดมองใคร อาจจะเผลอก็เพียงแค่สายตา เพราะหัวใจนั้นรู้ว่ามีเธอในใจเท่านั้น อยู่ตรงนั้นเธอคิดถึงฉันมากเท่าไร อยู่ตรงนี้เธอรู้ไว้เลยว่าคิดถึงเธอจนล้นหัวใจ ได้โปรดเธอจงมั่นใจว่า ฉันคนนี้รักเพียงแต่เธอ อยู่ตรงนั้นเธอเองจะเหงาซักเท่าไร อยู่ตรงนี้ยิ่งเหงาเท่าไรก็ยิ่งรู้ว่าฉันรักเธอ ต่อให้เนิ่นนานที่เราไม่เจอะเจอ แต่ทุกนาทีหัวใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน ฟังเพลงนี้เพื่อให้กำลังและเตือนใจในภาระที่ทำอยู่ และให้อดทน เข้าใจยิ่งขึ้น June 16 เด็กเสริฟ ใจถึง
June 15 เหนือสิ่งอื่นใดในโลกบางเวลาที่ฉันขาดเธอจะเติมให้กัน บางเวลาฉันทำผิดเธอยังยอมอภัย * ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม บางเวลาฉันทำผิดเธอยังยอมอภัย
June 14 live and learn “หากสักวันหนึ่งเสือชีตาห์เลือกที่จะลองโดดลงไปฝึกว่ายน้ำดูบ้าง ก็อาจพบว่ามันไม่ได้มีพรสวรรค์เพียงแค่การวิ่งอย่างเดียวก็เป็นได้ ติดอยู่ที่มันยังคงยึดติดว่าสัตว์เชื้อสายตระกูลแมวอย่างมันย่อมต้องกลัวน้ำกันตามวิถีชีวิตแมว ๆ มันจึงเฝ้าภูมิใจกับการวิ่งอย่างเดียวของมันต่อไป แต่ผมไม่อยากถูกกำหนดอยู่ในวิถีชีวิตแมว ๆ แบบนั้น ถ้าผมจะต้องจมน้ำสักทีสองทีก็คงดีกว่าไม่เคยลองทำอย่างอื่นดูบ้าง”
อ่านบทความนี้แล้วชอบมาก เลยcopy มาเก็บไว้ อีกอย่างคือคนเขียนจบจากสถาบันเทคโนโลนีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เช่นเดียวกะเรา
แต่ข้าพเจ้ายังค้นหาตัวเองไม่เจอว่าจบไปจะทำอาชีพอะไร ที่ไหนกันแน่ เหอะๆๆ June 12 loving youLovin' you is easy cause you're beautiful
Makin' love with you is all i wanna do Lovin' you is more than just a dream come true And everything that i do is out of lovin' you La la la la la la la... do do do do do No one else can make me feel The colors that you bring Stay with me while we grow old And we will live each day in springtime Cause lovin' you has made my life so beautiful And every day my life is filled with lovin' you Lovin' you i see your soul come shinin' through And every time that we oooooh I'm more in love with you La la la la la la la... do do do do do Lovin' you is easy cause you're beautiful Makin' love with you is all i wanna do Lovin' you is more than just a dream come true And everything that i do is out of lovin' you La la la la la la la... do do do do do No one else can make me feel The colors that you bring Stay with me while we grow old And we will live each day in springtime Cause lovin' you has made my life so beautiful And every day my life is filled with lovin' you Lovin' you i see your soul come shinin' through And every time that we oooooh I'm more in love with you La la la la la la la... do do do do do thank you for love cause made me complete life......dad mom grandma june p'add June 09 ทางเลือก มีทางออกรู้สึกตัวเองได้ยกของหนักออกจากอกซักทีกะคนบ้าๆๆ เรื่องบ้าๆๆ โล่ง โล่ง โล่ง มากๆๆ ขอบคุณพี่พัดน่ะค่ะที่ให้คำปรึกษา บางครั้งแค่เรื่องง่ายๆๆ เรื่องเล็ก แต่เราคิดว่าเรื่องยาก เรื่องใหญ่ มันเลยหาทางออกให้กะตัวเราเองไม่เจอ ขอบคุณพี่จิงๆๆค่ะ
อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
แข็งแกร่ง แต่ไม่แข็งกร้าว
มานั่งนึกก้อแปลกตัวเองเหมือนกานที่ผ่านมาเป็นบ้าอะไร ทำไมไม่แก้ปัญหา แล้วหาทางออกให้กะตัวเองแบบนี้ เหอะๆๆๆ เรื่องง่ายๆๆๆ ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ได้แร้วน่ะเรา ไม่ไหวจัดการกะเรื่องไร้สาระยังไม่ได้เลย เอามานั่งแบกความทุกข์อยู่ได้ แต่จากนี้ไปมันจะไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว ชัวค้าบ
มีให้เราเลือกเดินอยู่หลายแนวทาง แล้วแต่ว่าเราจะเลือกเดินบนเส้นทางใด บนถนนเส้นทางของชีวิต บางครั้งเต็มไปด้วยลูกรัง..พื้นถนนขรุขระ.. จะเดินไปทิศทางใดก็ดูลำบาก แต่มีถนนสายชีวิต ของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต เดินไปตามพื้นถนนที่ขรุขระนั้น ก่อนที่จะถึงถนนหนทางที่ราบเรียบ แต่ถึงกระนั้น คงไม่มีใครโชคดีตลอด โดยไม่เคยเดินบนถนนที่ขรุขระนั้นเลย หากปัญหาและอุปสรรค คือ..ทางเลือกที่ให้เราหาทางออก.. เชื่อไหมว่า.. คนที่อดทนพยายามอย่างเต็มที..เต็มความสามารถเท่านั้น.. จึงจะสามารถหาทางลัดให้แก่ชีวิต แม้จะเป็นเส้นทางที่ขรุขระ.. แต่เขาก็ได้เลือกเดิน..ตามถนนเส้นทางนี้.. เพื่อพิสูจน์ว่า.. ทุกปัญหามีทางออกเสมอ.. หากเราหาทางออกไม่เจอ.. ก็จงหันหลังกลับ แล้วเดินไปตามทางที่เราเลือกเดิน ตามหนทางก่อนหน้านี้ เพราะทุกอย่างมีทางเลือก เพราะทุกอย่างมีทางออก เราจึงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา โดยพยายามเปลี่ยนตัวปัญหา..ให้เป็นปัญญา.. เปลี่ยนจากตัวอุปสรรค..ให้กลายเป็นการพยายาม.. แล้วเราจะค้นพบทางออกของปัญหาทุก ๆ ปัญหาได้ เพราะจุดจบของปัญหา คือ..จุดเริ่มต้นของการก้าวเดินต่อไป ดังนั้นเมื่อเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรค ให้เราหยุดแล้วถอยหลังมาหนึ่งก้าว เพื่อเว้นช่องว่างให้เรามองเห็นปัญหาและอุปสรรค ได้อย่างชัดเจน.. ให้มีสติปัญญาและความพยายามเป็นเกาะกำบัง แล้วเดินหน้าต่อไป..อย่างมั่นใจ.. ขอบคุณ June 08 let's startGiving up, why should I
I've come too far to forget We're beautiful, we just got lost Somewhere along the way So much was missing when you went away Let's start from here, lose the past Change our minds, we dont need a finish line Let's take this chance don't think too deep Of all those promises we couldnt seem to keep I don't care where we go Let's start from here Standing here face to face A finger on your lips Don't say a word don't make a sound Silence surrounds us now Even when you were gone I felt you everywhere Let' start from here, lose the past Change our minds, we dont need a finish line Let's take this chance don't think too deep Of all those promises we couldnt seem to keep I don't care where we go Let's start from here Let's start from here I've never been the one to open up But you've always been the voive within The only warmth from my cold heart Let's start from here, lose the past Change our minds, we don't need a finish line Let's take this chance don't think too deep Of all those promises Let's start from here, lose the past Change our minds, we don't need a finish line Let's take this chance don't think too deep Of all those promises we couldn't seem to keep I don't care where we go Let's start from here Let's start from here Let's start from here Let's start from here the second semester was end but the disertation beginning. so, i gonna be well done half my life in uk.
however, let's start for complete the end.
fighting fighting fighting June 02 my idol
May 24 ยิ่งใช้ชีวิต ยิ่งได้กำไรกลับคืน![]() ถ้าเปรียบชีวิตกับเงินทุน คงทำให้เรามองเห็นภาพความจริงได้ชัดเจนขึ้น
สมมุติว่าเรามีเงินก้อนใหญ่อยู่ในมือ และเงินนั้นคือต้นทุนทางธุรกิจ แต่เพราะความเสียดายเพราะความกลัว ว่าถ้าเอาเงินนั้นไปต่อยอด แล้วมีอะไรผิดพลาด เงินก้อนนั้นก็จะไม่อยู่กับเราอีก แล้วก็เฝ้าเก็บกอดเงินก้อนนั้นไว้โดยไม่แตะต้อง ในความรู้สึกเราอาจจะคิดว่าการเก็บเงินไว้เฉยๆ น่าจะปลอดภัยกว่า... ทั้งๆ มีความจริงที่เราไม่อาจคาดคิดก็คือ วันเวลาผ่านไปนับวันค่าของมันยิ่งลดน้อยลงไป แต่ถ้าเอาไปต่อยอดด้วยวิธีที่ชาญฉลาด เงินนั้นก็จะพอกพูนเพิ่มขึ้น ![]() คนทุกคนเกิดมาบนโลกนี้ ล้วนมีต้นทุนพกมาเท่ากัน เพียงแต่มันไม่ใช่ตัวเงิน
ต้นทุนนั้นก็คือการได้เกิด ได้เติบโต ได้มีชีวิต และมีลมหายใจไปตามทิศทางของตนเอง การเก็บชีวิตไว้ในที่ที่ปลอดภัย และเดินไปในทิศทางที่ถูกกำหนดไว้ด้วยความรัก แม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เรามีชีวิตที่สวยงาม แต่โลกนี้ไม่ได้สวยงานไปหมดทุกแง่มุม ![]() การที่ชีวิตจะแข็งแรงได้นั้นก็มีอยู่วิธีเดียว
นั่นก็คือการได้ใช้มันอย่างเหมาะสมตามวันเวลา ให้ตัวเองได้ออกไปผจญภัยบ้าง เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้ชีวิต ต่อไปในวันข้างหน้าเราจะได้มีเรื่องราวดีๆ เก็บไว้ต่อทุนให้ตัวเอง May 22 ท้ายสุดสอบเสร็จแระ เหนื่อยจัง ที่เหนื่อยไม่ใช่เพราะเรียนยาก แต่มันเหนื่อยที่ทำงานทุกอย่างเอาตอนใกล้ส่ง แย่มากมาย ทำตัวแย่กว่าตอนเรียนที่ไทยอีก เซงจิต คะแนนคงออกมาตามเนื้อผ้าชัวๆๆ เหนื่อยใจกะตัวเอง.....................
โย่ว โย่ว เพิ่งรู้สึกว่ากรรมมีจิง และรวดเร็วสุดๆๆๆ อิอิ ใครทำอะไรไว้กะคนอื่น ย่อมได้รับสิ่งนั้น เข้าใจจิงๆๆ 5555555
ชีวิตคนเราก้อมีแค่นี้แหละ ไม่รู้จะข่มเหงผู้อื่นไปทำไม ยกตนข่มท่านได้อีก สุดท้ายคนที่จะเสียใจมากที่สุดก้อคือคนที่กระทำเยี่ยงนั้นนั่นเอง อิอิ
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย..........................................คิดถึงไทยแลนย์ บ้านเกิดเมืองนอน May 11 ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.!![]() "การทำความเห็นให้ตรง"
คือ การเป็นผู้ตรง. ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.? ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง. โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.! เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้ มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............ ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.! เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................? หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ ไม่อยากมีความโกรธ....? นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา และ นอกจากนี้ ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.! เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล. บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย. ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี. เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.! ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย. เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก.................... การที่จะพิจารณา ว่า มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่ ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.? ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น. และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.? หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.? นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง. ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร. ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.! "การทำความเห็นให้ตรง"
คือ การเป็นผู้ตรง. ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.? ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง. โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.! เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้ มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............ ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.! เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................? หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ ไม่อยากมีความโกรธ....? นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา และ นอกจากนี้ ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.! เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล. บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย. ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี. เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.! ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย. เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก.................... การที่จะพิจารณา ว่า มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่ ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.? ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น. และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.? หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.? นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง. ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร. ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.! "การทำความเห็นให้ตรง" คือ การเป็นผู้ตรง. ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.? ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง. โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.! เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้ มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............ ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.! เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................? หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ ไม่อยากมีความโกรธ....? นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา และ นอกจากนี้ ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.! เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล. บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย. ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี. เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.! ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย. เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก.................... การที่จะพิจารณา ว่า มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่ ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.? ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น. และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.? หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.? นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง. ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร. ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.! |
|
|