addmilk's profileอย่ายอมแพ้.....จนกว่าจะไ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 02

    with you

     

    I need you boo
    I gotta see you boo
    And the hearts all over the world tonight
    Said the hearts all over the world tonight

    I need you boo (ooh!)
    I gotta see you boo (yay!)
    And the hearts all over the world tonight
    Said the hearts all over the world tonight


    Hey lil mama
    Ooo you're a stunna
    Hot lil figure
    Yes you a winner and,
    I'm so glad to be yours
    You're a class all your own and,
    Oo lil cutie
    When you talk to me
    I swear the whole world stops,
    You're my sweetheart and,
    I'm so glad that you're mine
    You are one of a kind and,
    You mean to me, what I mean to you
    And, together baby there is nothing we won't do

    Cause if I got you, I don't need money
    I don't need cars
    Girl you're my heart
    And...

    Oh...
    I'm into you and girl
    No.. one else will do
    Cause with every kiss, and every hug
    You make me, fall in love
    And now I, no I can't be the only one...
    I bet its hearts all over the world tonight
    With the love of their life
    Who feel, what I feel
    When i'm...
    With you, with you, with you, with you, with you
    Girl...
    With you, with you, with you, with you, with you

    Oh Girl
    I don't want nobody else
    Without you there's no one left and..
    You like Jordan's on Saturday
    I gotta have you and I cannot wait now
    Hey lil shawty, say ya care for me
    You know I care for you
    You know that I'll be true
    You know that I won't lie
    You know that I will try
    To be you're everything... yeahh

    Cause If I got you, I don't need money
    [With You lyrics on
    http://www.nangdee.com]

    I don't need cars
    Girl you're my heart
    Yeaaahh...

    Oh...
    I'm into you and girl (Into you..)
    No. one else will do (One...)
    Coz with every kiss, and every hug (Hug...)
    You make me, fall in love
    And now I (I...), no I can't be the only one...(No I can't be the only)
    I bet its hearts all over the world tonight
    With the love of their life
    Who feel (Feel...), what I feel
    When I'm...
    With you, with you, with you, with you, with you
    Girl...
    With you, with you, with you, with you, with you

    Yeaheah...

    And I...
    Will never try to deny
    That you were my whole life
    Cause if you, ever let me go
    I would die
    So I won't front
    I don't need another woman
    I just need you're all or nothing
    Cause if I got that, then I'll be straight
    Baby you're the best part of my dream

    I need you boo
    I gotta see you boo
    And the hearts all over the world tonight (hey..)
    Said the hearts all over the world tonight (boo boo ooo yeahh...)

    I need you boo (big needy)
    I gotta see you boo
    And the hearts all over the world tonight (world tonight)
    Said the hearts all over the world tonight (the world tonight)

    Oh...
    I'm into you and girl (I'm into you baby)
    No. one else will do
    Cause with every kiss (every kiss), and every hug(every hug)
    You make me [You make me], fall in love
    And now I (Now I...), no I can't be the only one...(Can't be the only one...)
    I bet its hearts all over the world tonight (World tonight)
    With the love of their life
    Who feel (Feel), what I feel
    When I'm...
    With you, with you, with you (With you...,) with you, with you
    Girl...
    With you, with you, with you, with you, with you
    With you, with you, with you, with you, with you (With you)
    Only, With you, with you, with you, with you, with you

    Yay yeah..

     

    หัวใจสีแดง love love love หัวใจสีแดง

    June 28

    true




    ว.วชิรเมธี




    1. รู้รอบตัวมากมาย แต่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ก็เสื่อม

    2. รู้เว้นงู เว้นเสือ เว้นมีด เว้นปืน แต่ไม่รู้เว้นอบายมุข ก็เสื่อม

    3. รู้ภาษาต่างประเทศแต่ไม่รู้คุณค่าภาษาไทย ก็เสื่อม

    4. รู้ตอบคำถามแต่ไม่รู้ตอบคุณแผ่นดิน ก็เสื่อม

    5. รู้ที่กินที่เที่ยว แต่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ก็เสื่อม

    6. รู้วัน เดือน ปีเกิด แต่ไม่รู้กาลเทศะ ก็เสื่อม

    7. รู้พยากรณ์อากาศ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมีขึ้นมีลง ก็เสื่อม

    8. รู้จักรวาลวิทยานภากาศ แต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ก็เสื่อม

    9. รู้จักคนมากมายหลายวงการ แต่ไม่รู้จักตนเอง ก็เสื่อม

    10. รู้จักบริหารคน บริหารงาน แต่ไม่รู้จักวิธีบริหารใจ ก็เสื่อม

    11. รู้จักวิธีหาเงินมากมาย แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงิน ก็เสื่อม

    12. รู้จักสร้างตึกสูงนับร้อยชั้น แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูง ก็เสื่อม

    13. รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัย ก็เสื่อม

    14. รู้จักกติกามารยาท แต่ไม่รู้จักกฏแห่งกรรม ก็เสื่อม

    15. รู้จักสวมนาฬิกาแพงๆ แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา ก็เสื่อม

    16. รู้จักการเข้าสังคม แต่ไม่รู้จักการเข้าหาสังฆะ ก็เสื่อม

    17. รู้เรียนเอาปริญญาสูงๆ แต่ไม่รู้จักยกพฤติกรรมให้สูง ก็เสื่อม

    18. รู้ที่จะมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูก ก็เสื่อม

    19. รู้ที่จะรัก แต่ไม่รู้จักรับผิดชอบ ก็เสื่อม

    20. รู้ที่จะดู แต่ไม่รู้ที่จักเห็น ก็เสื่อม

    21. รู้ที่จะนับถือ แต่ไม่รู้ที่จะนับถืออย่างไร ก็เสื่อม

    22. รู้ที่จะพูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูด ก็เสื่อม

    23. รู้ที่จะสวมหัวโขน แต่ไม่รู้ที่จะถอด ก็เสื่อม

    24. รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องตาย แต่ไม่รู้วิธีเตรียมตัวตาย ก็เสื่อม

    25. รู้คุณของเงินทอง แต่ไม่รู้คุณพ่อคุณแม่ ก็เสื่อม


    ยิ้มแฉ่งThis is true story.................

    รักและอาลัยยิ่ง

    วันนี้ไปทำงานอย่างเร่งรีบเช่นเคย ทั้งเรียน และทำงานมันเหนื่อยมากจิงๆๆๆ เหอะๆๆๆ วันนี้ทำงานผิดพลาดใจไม่มีสติ เมื่อยขา แปลกมาก ความรู้สึกแปลกๆๆ แต่โชคดีที่ไม่โดนด่าหรือโดนไล่ออก อย่างน้อยเราก้อยังโชคดีที่วันนี้ลูกค้าเยอะมาก เจ้าของร้านเลยอารมดีเป็นพิเศษ ไม่งั้นตกงานแน่ๆๆ จากนั้นกลับถึงห้องก้อโทรหาแม่อย่างทุกวัน อยากจะระบาย แต่.....วันนี้กลับได้ยินข่าวร้ายจากแม่แทน พี่ทัดพี่สาวที่รักได้เสียชีวิตแล้ว ใจหายและเสียใจมาก อยากกลับไปส่งพี่สาว แต่น้องคนนี้ก้อไม่สามารถกลับไปได้.....ไม่คิดว่าความฝันของเราเรื่องฟันหักทั้งบนและล่างจะเป็นจิง ขอให้ไม่เป็นจิงอีกเลย
     
    ขอให้พี่ทัดพี่สาวผู้น่ารักไปสู่สรวงสวรรค์........
    June 27

    I believe i can fly

     
     
    I used to think that I could not go on
    And life was nothing but an awful song
    But now I know the meaning of true love
    I'm leaning on the everlasting arms

    If I can see it, then I can do it
    If I just believe it, there's nothing to it

    [1] - I believe I can fly
    I believe I can touch the sky
    I think about it every night and day
    Spread my wings and fly away
    I believe I can soar
    I see me running through that open door
    I believe I can fly
    I believe I can fly
    I believe I can fly

    See I was on the verge of breaking down
    Sometimes silence can seem so loud
    There are miracles in life I must achieve
    But first I know it starts inside of me, oh

    If I can see it, then I can be it
    If I just believe it, there's nothing to it

    [Repeat 1]

    Hey, cuz I believe in me, oh

    If I can see it, then I can do it
    If I just believe it, there's nothign to it

    [Repeat 1]

    Hey, if I just spread my wings
    I can fly
    I can fly
    I can fly, hey
    If I just spread my wings
    I can fly
    Fly-eye-eye
     
    ยิ้มแฉ่งสุดยอดของเพลงที่ชอบที่สุดในชีวิต มันคือแรงพลักดันที่ต่อสู้มาถึงวันนี้และต่อๆๆไปหัวใจสีแดง
    เครื่องบินkeep moving......my dissertationพระอาทิตย์
    June 25

    fan club

    ตัวเราเปลี่ยนพร้อมสมองเรา ทุกๆ วัน

    วนิษา เรซ : ใครที่เคยคิดว่า เรามีความทุกข์มาก เคยผ่านเรื่องราวแย่ๆ มามากมาย นึกไม่ออกเลยว่าชีวิตนี้จะกลับมามีความสุขได้อย่างไร หรือเราจะมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ ได้หรือไม่นั้น บอกได้เลยว่า เป็นคนที่มองโลกได้ผิดความเป็นจริงไปมาก

    รู้ไหมคะว่า สมองของเรามีศักยภาพที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ไม่จำกัด...แม้วันนี้ทุกข์ แต่ถ้าเราฝึกไปเรื่อยๆ อีกสิบวันหรือสิบสัปดาห์เราก็กลับมามีความสุขได้ เพราะเส้นใยสมองของเราสร้างใหม่ได้ทุกวัน...
    เราฝึกนิสัยใหม่ๆ ได้ทุกวัน...ฝึกวิธีคิดใหม่ๆ ได้ทุกวัน...ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนโชคดีเท่ากับมนุษย์อีกแล้วค่ะ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง...และตั้งแต่เรียนรู้เรื่องนี้หนูดีไม่เคยกลัวความทุกข์อีกเลย เพราะรู้แล้วว่าสมองของเรานั้นมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปรตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา...ทุกข์ได้ก็ฝึกให้เลิกทุกข์ได้แล้วจะกลัวกันไปทำไม...ใช่ไหมคะ

    brain ตัวเราเปลี่ยนพร้อมสมองเรา ทุกๆ วัน
    Brain การทำงานของสมอง



    เมื่อก่อน คนเรามักมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่า สมองเรียนรู้ได้ดีที่สุดถึงแค่อายุเดียว พอผ่านวัยเด็กไปแล้ว สมองก็จะทำงานลดระดับลงเรื่อยๆ พอเข้าวัยชรา สมองก็เสื่อมสภาพ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คิดอะไรไม่ค่อยออก เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็ไม่ได้


    หนูดีทำงานด้านสมองและการพัฒนาอัจฉริยภาพ ต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามา เพราะอยากเรียนรู้วิธีการพัฒนาสมองของตนเอง ทุกคนก็จะมีคำถามแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับสมอง แต่คำถามหนึ่งซึ่งหนูดีได้ยินเป็นประจำเลยก็คือ “ดิฉัน/ผม ทำงานหนักมาก ช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก คิดว่าสมองคงค่อยๆ เสื่อมแล้วล่ะ มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง” ทุกครั้งที่ได้ยิน หนูดีก็จะขำปนเป็นห่วงว่า คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสมองของตนเองอยู่ผิดๆ พอสมควร


    ความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของตัวเองผิดแล้ว บางครั้งคนที่มีลูกส่วนใหญ่ก็ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของลูกผิดอีกด้วยนะคะ เพราะเรามักได้รับรู้เรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” หรือ Window of Opportunities กันเป็นประจำว่า ถ้าไม่สอนเด็กเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้แล้ว เด็กจะไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ได้เลยจนวันตาย เช่น ถ้าไม่เรียนภาษาที่สองก่อนอายุสิบสองปีแล้ว เด็กจะไม่มีวันได้สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาไปตลอดชีวิต ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” นี้ เป็นเรื่องที่มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แต่สมองของเรา ไม่ได้แบ่งแยกเป็นดำกับขาวขนาดนั้นค่ะ เรื่องไหนที่เราพลาดการเรียนรู้ไปในวัยหนึ่ง เราก็สามารถที่จะยังเรียนรู้เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่า มันอาจเรียนยากขึ้น ก็เท่านั้นเอง


    ยกตัวอย่างเช่นผู้ใหญ่บางคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เมื่อโตขึ้น สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ ก็ต้องมานั่งเรียนภาษากันใหม่แทบจะทั้งหมด บางคนต้องเรียนภาษาอังกฤษ บางคนต้องเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาฝรั่งเศส ก็เห็นเรียนกันได้ในระดับใช้การได้ดีทีเดียว ได้ปริญญาโทปริญญาเอกในประเทศนั้นๆ ติดมือกลับมากันเป็นแถว ซึ่งเมื่อสอบถามดูก็พบว่า การเรียนนั้น ยากกว่าเรียนตอนเด็กๆ แน่นอน เพราะกระบวนการรับข้อมูลของเราไม่อ่อนนุ่มยืดหยุ่นเท่าของเด็ก แต่ก็ไม่ได้เรียนยากเย็นขนาดนั้น...


    หรือในกรณีการเรียนเต้น เช่น บัลเลต์ ซึ่งมีความเชื่อกันมานานว่า ควรเรียนตั้งแต่เด็กๆ จึงจะดีที่สุด ตัวหนูดีเองก็เรียนบัลเลต์แต่เด็ก และก็คิดว่า มันเป็นประโยชน์มากต่อท่าทางและบุคลิกภาพในวัยผู้ใหญ่ ช่วยให้เราไปเรียนเต้นในด้านอื่นได้ดี เดินเหินสง่า หลังตรง แต่เมื่อได้รับรู้ถึงผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ที่มาเริ่มเรียนเต้นเอาตอนโตๆ แล้ว ก็ต้องทึ่ง เช่น คุณจรินทร์ ยุทธศาสตร์โกศล ก็มาเริ่มเรียนบัลเลต์เอาตอนอายุประมาณห้าสิบปี จนเต้นได้เก่งมากเท่ากับนักบัลเลต์มืออาชีพ มีงานแสดงทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ เป็นที่นับถือเลยทีเดียว


    ทั้งหมดที่หนูดีชวนคุยมา ก็เพื่อจะบอกว่า สมองของเรานั้นมี “ความยืดหยุ่น” หรือ Brain Plasticity อยู่สูงมาก คำนี้ก็มาจากคำว่า “พลาสติก” นั่นเอง พูดง่ายๆ ว่าสมองของเรามีสภาพคล้ายพลาสติก คือยืดได้ขยายได้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...จริงๆ แล้ว สมองของคนเรา น่าทึ่งกว่าที่เราคิดมหาศาล ก็เพราะคำว่า พลาสติกนี่เองค่ะ


    อย่างที่ใครๆ เคยเชื่อกันว่า สมองหยุดการเรียนรู้ในวัยใดวัยหนึ่ง คำพูดนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองต้องขอออกมาค้านกันแบบหัวชนฝาเลยนะคะ เพราะว่างานวิจัยมันบอกชัดเจนมากว่า สมองของคนเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นประจำทุกห้วงลมหายใจเลยค่ะ


    การที่สมองพร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติของชาติพันธุ์หนึ่งๆ นะคะ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มนุษย์อย่างพวกเรา ซึ่งถ้ามองในเชิงของโลกแล้ว ก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ไม่ต่างจากนกกระสา หรือเสือดาว แต่ความเป็น “พลาสติก” นี้กลับมีส่วนทำให้เราครองโลกได้อย่างทุกวันนี้ บอกได้ว่า ไม่ธรรมดาเลยค่ะ


    ลองนึกดูนะคะว่า มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัวมากมายขนาดไหน เปรียบเทียบกัน ถ้าเราเอานกเขตร้อน ไปปล่อยที่ขั้วโลกเหนือ รับรองว่านกตัวนั้นต้องตายภายในเวลาไม่นานนัก แต่ถ้าลองเอาคนสักคนหนึ่งไปปล่อย รับรองว่า คนคนนั้น จะต้องหาทุกวิถีทางที่จะเอาชีวิตรอดให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปล่าสัตว์เอามากิน แล่ขนสัตว์ขั้วโลกเหนือหนาๆ มาห่มตัว มาทำเป็นรองเท้า รวมไปถึงการสร้างที่อยู่อาศัยที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้ตัวเราสูงที่สุด ว่าไปแล้ว ทักษะในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แปลกใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์เราแพร่ขยายไปจนทั่วดาวเคราะห์โลกดวงนี้ ตั้งแต่เส้นศูนย์สูตรไปจนจรดขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ อย่างไม่เคยมีสัตว์โลกชนิดไหนทำได้ขนาดนี้เลย


    สิ่งที่ทำให้เราทำได้แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างชัดเจน ก็คือ “ความยืดหยุ่น” ของสมองเรานี่เอง แม้ในโลกปัจจุบันนี้ ที่เราเลิกอาศัยอยู่ในถ้ำไปนานหลายพันปีแล้ว แต่สมองของเราก็ยังทำงานใกล้เคียงเดิมทุกประการ ในเวลาที่เราอยู่ในถ้ำ สิ่งที่จำเป็นต่อการรอดชีวิตที่สุด ก็คือการประเมินสถานการณ์รอบตัวด้วยความรวดเร็วแม่นยำ และการปรับพฤติกรรมตัวเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์นั้น


    ในยุคปัจจุบันที่เราอยู่อาศัยเป็นสังคมเมืองมานานแล้ว แต่ในเชิงสมองถือว่า ยังไม่นานเลย ดังนั้น เราจึงยังเป็นเจ้าของสมองยุคเก่าอยู่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในยุคนี้ เราต้องเข้าโรงเรียน ต้องหิ้วคอมพิวเตอร์ไปทำงาน ติดต่อลูกค้าต่างประเทศ จัดเตรียมผลิตภัณฑ์ให้ส่งตรงเวลา และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เราไม่จำเป็นต้องทำเลยเวลาอยู่ในถ้ำ แต่สมองของเราก็ยังคงถูกสั่งการให้ประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็วแม่นยำตามเดิม


    นี่เอง จึงเป็นที่มาของคำว่า “การเรียนรู้เกิดตลอดชีวิต” เพราะในความเป็นจริงแล้ว สมองมนุษย์ถูกสร้างมาให้เรียนรู้และปรับสภาพสมองตลอดชีวิต ไม่มีวันไหนเลยที่สมองจะหยุดการเปลี่ยนแปลงปรับตัว และยิ่งสมองเปลี่ยนแปลงบ่อย ยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ง่ายขึ้น การสร้างเส้นใยสมองใหม่ๆ ง่ายมาก แปลได้ง่ายๆ ว่า ยิ่งเราเรียนรู้มากเท่าไร เรายิ่งเรียนรู้ได้มากขึ้นอีกเท่านั้น เพราะสมองไม่เหมือนเงิน ซึ่งยิ่งใช้ยิ่งหมดไป แต่เส้นใยสมอง ยิ่งใช้มากยิ่งมีมากขึ้น ไม่จำกัด


    ดังนั้น กลับมาที่คำถามยอดฮิต ว่า คนอายุมากขึ้น สมองทำงานลดประสิทธิภาพลงหรือเปล่านั้น ตอบได้เลยค่ะว่า ไม่มีทางแน่นอน ถ้าเราฝึกใช้สมองของเราเป็นประจำ คิดอะไรใหม่ๆ เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่เรื่อย เท่ากับเราช่วยชะลออายุสมองให้เป็นเด็กได้ตลอดกาล เพราะสมองคนแก่ที่ชอบเรียนรู้ กระตือรือร้นนั้นมีลักษณะคล้ายสมองเด็ก


    แต่สมองเด็กวัยรุ่นที่นอนดึก ดื่มเหล้า และใช้ชีวิตด้วยความเครียดกลับมีลักษณะคล้ายสมองคนแก่อย่างไม่น่าเชื่อ อายุสมองจึงอยู่ที่เราใช้การเขาอย่างไร มากกว่าอายุที่แปรเปลี่ยนไปตามปฏิทิน...ความทุกข์ความสุขเหมือนกันค่ะ เราสามารถฝึกได้เหมือนกับทักษะอื่นๆ เช่นกัน รู้อย่างนี้แล้ว...วันนี้ลองฝึกทำอะไรที่มีความสุขดูนะคะ แล้วภายในเวลาไม่นานสมองเราจะสร้างเส้นใยใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสุขให้เราเอง

    all by myself

    When I was young
    I never needed anyone
    And making love was just for fun
    Those days are gone

    Living alone
    I think to all the friends I've known
    But when I dial the telephone
    Nobody is home

    All by myself
    Don't wanna be
    All by myself
    I want to leave
    All by myself I want to be sure
    Sometimes I feel so insecure
    Love so distant and obscure
    Remains occured

    All by myself
    Don't wanna be
    All by myself
    I want to leave

    Feeling homesick..........misssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssเศร้า

    let's start it

    บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง
    เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.

    ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ


     

    ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
    เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
    เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
    เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
    เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
    แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น...........
    เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
    เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
    เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
    ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
    ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
    เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
    จงแสวงหา การหยั่งรู้
    จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก
     
    จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
     
    กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
    ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
    เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
    น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
    เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
    บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
    อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
    ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
    เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
     

     

     

    อ่านแล้วชอบมาก มันคือเรื่องจิงที่ และมีอยู่จิง แปลกดีเหมือนกัน ทำไมหน่อ!!!! ความสุขอยู่ที่ใจจิงๆๆๆ

     

    ริมฝีปากแดง kisssss kisssss kisssss ริมฝีปากแดง  missss my dad mom grandma june p'add หัวใจสีแดง

    กุหลาบแดงthanks i love them so muchกุหลาบแดง

    June 19

    IM YOURS

     
    Well, you done done me and you bet I felt it
    I tried to be chill but your so hot that I melted
    I fell right through the cracks, now I'm tryin to get back
    before the cool done run out I'll be givin it my best test
    and nothin's gonna stop me but divine intervention
    I reckon it's again my turn to win some or learn some

    But I won't hesitate no more,
    no more, it cannot wait
    I'm yours

    Well open up your mind and see like me
    open up your plans and damn you're free
    look into your heart and you'll find love love love love
    listen to the music of the moment people dance and sing
    We're just one big family
    And it's our godforsaken right to be loved loved loved loved loved

    So, i won't hesitate no more,
    no more, it cannot wait i'm sure
    there's no need to complicate our time is short
    this is our fate
    I'm yours

    *scat*

    I've been spendin' way too long checkin' my tongue in the mirror
    and bendin' over backwards just to try to see it clearer
    But my breath fogged up the glass
    and so I drew a new face and I laughed
    I guess what I'd be sayin' is there ain't no better reason
    to rid yourself of vanities and just go with the seasons
    it's what we aim to do
    our name is our virtue

    But I won't hesitate no more,
    no more it cannot wait
    I'm yours

    Well open up your mind and see like me
    open up your plans and damn you're free
    look into your heart and you will find that the sky is yours

    so please don't, please don't, please don't,
    there's no need to complicate,
    Cause our time is short
    This, this, this is our fate,
    I'm yours
    วันนี้มีความสุขจิงๆๆ โอกาสมาถึงแระ ขอบคุณทุกๆๆอย่าง ขอบคุณจิงๆๆค่ะ หัวใจสีแดง

    missssss misssss ไม่เคยจะห่างกัน

     
    แม้วันนี้ไม่มีเธอใกล้ๆ
    แต่รู้ว่าใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน
    ใครกี่คนไม่เคยคิดผูกพัน
    ก็เพราะใจฉันนั้นมีแต่เธอเพียงคนนี้

    ด้วยภาระและทางที่เราต้องเดิน
    แต่ว่าฉันไม่เคยเพลิดเพลินคิดมองใคร
    อาจจะเผลอก็เพียงแค่สายตา
    เพราะหัวใจนั้นรู้ว่ามีเธอในใจเท่านั้น

    อยู่ตรงนั้นเธอคิดถึงฉันมากเท่าไร
    อยู่ตรงนี้เธอรู้ไว้เลยว่าคิดถึงเธอจนล้นหัวใจ
    ได้โปรดเธอจงมั่นใจว่า
    ฉันคนนี้รักเพียงแต่เธอ

    อยู่ตรงนั้นเธอเองจะเหงาซักเท่าไร
    อยู่ตรงนี้ยิ่งเหงาเท่าไรก็ยิ่งรู้ว่าฉันรักเธอ
    ต่อให้เนิ่นนานที่เราไม่เจอะเจอ
    แต่ทุกนาทีหัวใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน
     
    หัวใจสีแดงคิดถึงที่รักมากมาย อยากกลับไปหาแล้ว แต่ไม่รู้จะกลับตอนไหน อาจานย์นัดติดๆๆกันเกือบทุกอาทิตย์ คิดถึงใจจะขาด.......ริมฝีปากแดง
    ฟังเพลงนี้เพื่อให้กำลังและเตือนใจในภาระที่ทำอยู่ และให้อดทน เข้าใจยิ่งขึ้นหลอดไฟ
    June 16

    เด็กเสริฟ ใจถึง

    ปัญหา คือ การเรียนรู้ ?


    บางครั้งชีวิตคนเราก็เล่นตลกอย่างร้ายกาจ จนเราไม่สามารถที่จะรับได้

    แต่ความจริงก็คือความจริง เราจะหลีกหนีให้พ้นได้อย่างไร

    ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำใจได้อย่างไรมากกว่า

    บางคนบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น แล้วเรากลุ้มเพราะเราไปยึดติดกับปัญหา

    บางคนบอกว่าสิ่งที่เราทำผ่านมาไม่สามารถแก้ไขได้

    ฉะนั้นมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป


    บางคนบอกว่าใดๆในโลกนี้ล้วนอนิจจัง สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง

    แต่ถ้าถามจริงๆว่าเวลาตัวเราเองเกิดปัญหานั้นขึ้นมาแล้ว

    ทำใจได้อย่างคำพูดข้างต้นหรือเปล่า

    มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คนแนะนำหรอก


    แต่ก็ได้คำตอบกับตัวเองเช่นกันว่าเรามีความทุกข์กับปัญหานั้นนะ

    เราจะทำอย่างไรดีล่ะ

    คนหลายคนมีวิธีในการแก้ไขปัญหาของตนเอง

    บางคนมีบ้าน แล้วต้องย้ายบ้านบ่อยๆเพราะไฟไหม้บ้านตลอด

    ทั้งๆที่ระวังเต็มที่แล้ว

    ไฟจากบ้านคนอื่นยังมาโดนเลย อย่างที่เคยออกข่าวทีวี

    บางคนมีสามี มีลูกแล้ว สุดท้ายสามีบอกเลิกและทิ้งลูกไว้ให้

    เพราะสามีเป็นคนหลายใจ มีเล็กมีน้อย

    บางคนทำงานอยู่ดีๆ เจ้านายก็บอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของคุณแล้วนะ

    วิธีทำใจดังข้างต้น ก็คงช่วยให้จิตใจสบายขึ้น

    จากปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในตอนนั้น


    และทำให้กลับมามีสติเหมือนเดิม แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่ดี

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    ถ้าคนเราเจอปัญหาแล้ว ทำให้เราล้ม หมดกำลังใจ ท้อแท้ และไม่อยากมีชีวิตอยู่

    ต้องถามตัวเองว่า จะลุกขึ้นมาได้เมื่อไร เพราะสุดท้ายปัญหานั้นๆยังคงอยู่

    ไม่ว่าจะกินเหล้าเมายา หรือทิ้งมันไว้อย่างนั้น มันก็ยังคงอยู่


    เวลาเพียงแค่ช่วยให้เราทำใจยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

    อยากให้ลุกขึ้นสู้กับปัญหานั้นๆ สำคัญที่สุดคือ ต้องให้กำลังใจตนเอง

    ถ้าตัวเองดูถูกตัวเองแล้ว ก็จะไม่มีใครมาปลุกปลอบใจให้เราเดินต่อไปหรอก

    คุณค่าของตัวเราอยู่ที่ตัวเราเอง อย่าให้เราโดนกำหนดคุณค่าโดยคนบางคนเลย

    เราสามารถลุกขึ้นยืนแล้วเดินต่อไปอย่างสง่างาม


    ขอให้เดินหน้าสู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาทุกปัญหามีทางออกที่ดีเสมอ

    ปัญหาบางปัญหาดูใหญ่โตเสียเหลือเกิน ก็ลองให้มองดูเป็นส่วนๆ

    ก็จะเห็นได้ว่าปัญหานั้นเล็กลงอย่างเหลือเชื่อ

    ถ้าเหนื่อยนักก็พักได้ เพราะปัญหาชีวิตไม่ใช่การวิ่งแข่ง

    ที่เราจะวิ่งรวดเดียวจนถึงเส้นชัย


    ข้อสำคัญต้องมีสติ, เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นใหม่

    ว่ามีสาเหตุจากอะไรแล้วเราก็จะไม่ไปปฏิบัติอีก และลุกขึ้นมาสู้ให้เร็วที่สุด

    เราล้มกี่ครั้งก็ได้ แต่ทุกครั้งเราต้องลุกขึ้นเสมอ เราต้องให้กำลังใจตนเองเสมอ

    แล้วชีวิตเราจะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี



    ชีวิตมีอุปสรรคเสมอ

    ปัญหาคือการเรียนรู้ที่จะเติบโตและเข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับชีวิตต่อไป

     

    ขอบคุณดวงใจทั้ง5ดวง ที่เป็นที่ปรึกษาดีเยี่ยม และที่ลืมไม่ได้คือพี่พัด 555 และตอนนี้ได้งานทำที่ดี เจอแต่สิ่งดีดี และขอบคุณพี่ไก่ที่ฝากงานให้น้องคนนี้ ให้เจอสิ่งดี ไม่ต้องเจอคนบ้าอีก ผมบังตาจิงๆๆ55555แลบลิ้น

    June 15

    เหนือสิ่งอื่นใดในโลก

    บางเวลาที่ฉันขาดเธอจะเติมให้กัน
    บางเวลาที่หนาวสั่นเธอจะเป็นอุ่นไอ
    บางเวลาที่แพ้มาก็ยังมีเธอเข้าใจ
    บางเวลาเลวร้ายฉันยังมีเธอ

    บางเวลาฉันทำผิดเธอยังยอมอภัย
    บางเวลาฉันร้องไห้เธอยังให้ไหล่อิง
    ไม่ใช่คนที่โชคดีที่เกิดมามีทุกสิ่ง
    แต่ฉันโชคดีจริงจริงที่มีเธอ

    * ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
    เธอยังเหมือนเคยยังแสนดี
    อยากบอกว่าซึ้งใจ
    ต่อจากวันนี้คนคนนี้จะทุ่มเททั้งใจ
    ตอบแทนรักที่ยิ่งใหญ่
    ตอบแทนในความหวังดี
    ตอบแทนเวลาที่ให้ฉัน
    ด้วยทุกเวลาของฉันฉันให้เธอ

    บางเวลาฉันทำผิดเธอยังยอมอภัย
    บางเวลาฉันร้องไห้เธอยังให้ไหล่อิง
    ไม่ใช่คนที่โชคดีที่เกิดมามีทุกสิ่ง
    แต่ฉันโชคดีจริงจริงที่มีเธอ

     

    หัวใจสีแดงคิดถึงพ่อ แม่ ยาย จูน พี่แอ๊ด ที่สุดในโลก ขอบคุณหัวใจทั้ง5ดวงเด็กชายเด็กหญิงเด็กหญิงเด็กชายเด็กชาย ที่ทำทุกอย่างเพื่อมิ้ว และทำทุกอย่างจนมิ้วมีวันนี้ รักสุดใจหัวใจสีแดง

    June 14

    live and learn

     
     “หากสักวันหนึ่งเสือชีตาห์เลือกที่จะลองโดดลงไปฝึกว่ายน้ำดูบ้าง ก็อาจพบว่ามันไม่ได้มีพรสวรรค์เพียงแค่การวิ่งอย่างเดียวก็เป็นได้ ติดอยู่ที่มันยังคงยึดติดว่าสัตว์เชื้อสายตระกูลแมวอย่างมันย่อมต้องกลัวน้ำกันตามวิถีชีวิตแมว ๆ มันจึงเฝ้าภูมิใจกับการวิ่งอย่างเดียวของมันต่อไป แต่ผมไม่อยากถูกกำหนดอยู่ในวิถีชีวิตแมว ๆ แบบนั้น ถ้าผมจะต้องจมน้ำสักทีสองทีก็คงดีกว่าไม่เคยลองทำอย่างอื่นดูบ้าง”
    อ่านบทความนี้แล้วชอบมาก เลยcopy มาเก็บไว้ อีกอย่างคือคนเขียนจบจากสถาบันเทคโนโลนีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เช่นเดียวกะเรา
    แต่ข้าพเจ้ายังค้นหาตัวเองไม่เจอว่าจบไปจะทำอาชีพอะไร ที่ไหนกันแน่ เหอะๆๆ
    June 12

    loving you

     
     
    Lovin' you is easy cause you're beautiful
    Makin' love with you is all i wanna do
    Lovin' you is more than just a dream come true
    And everything that i do is out of lovin' you
    La la la la la la la... do do do do do

    No one else can make me feel
    The colors that you bring
    Stay with me while we grow old

    And we will live each day in springtime
    Cause lovin' you has made my life so beautiful
    And every day my life is filled with lovin' you

    Lovin' you i see your soul come shinin' through
    And every time that we oooooh
    I'm more in love with you
    La la la la la la la... do do do do do


    Lovin' you is easy cause you're beautiful
    Makin' love with you is all i wanna do
    Lovin' you is more than just a dream come true
    And everything that i do is out of lovin' you
    La la la la la la la... do do do do do

    No one else can make me feel
    The colors that you bring
    Stay with me while we grow old

    And we will live each day in springtime
    Cause lovin' you has made my life so beautiful
    And every day my life is filled with lovin' you

    Lovin' you i see your soul come shinin' through
    And every time that we oooooh
    I'm more in love with you
    La la la la la la la... do do do do do

    thank you for love cause made me complete life......dad mom grandma june p'add
    June 09

    ทางเลือก มีทางออก

    รู้สึกตัวเองได้ยกของหนักออกจากอกซักทีกะคนบ้าๆๆ เรื่องบ้าๆๆ โล่ง โล่ง โล่ง  มากๆๆ ขอบคุณพี่พัดน่ะค่ะที่ให้คำปรึกษา บางครั้งแค่เรื่องง่ายๆๆ เรื่องเล็ก แต่เราคิดว่าเรื่องยาก เรื่องใหญ่ มันเลยหาทางออกให้กะตัวเราเองไม่เจอ  ขอบคุณพี่จิงๆๆค่ะ
     
    อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
    แข็งแกร่ง แต่ไม่แข็งกร้าว
     
    มานั่งนึกก้อแปลกตัวเองเหมือนกานที่ผ่านมาเป็นบ้าอะไร ทำไมไม่แก้ปัญหา แล้วหาทางออกให้กะตัวเองแบบนี้ เหอะๆๆๆ เรื่องง่ายๆๆๆ ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ได้แร้วน่ะเรา ไม่ไหวจัดการกะเรื่องไร้สาระยังไม่ได้เลย เอามานั่งแบกความทุกข์อยู่ได้ แต่จากนี้ไปมันจะไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว ชัวค้าบ
     
    ทางเลือก..มีทางออก..
    หนทางในชีวิต
    มีให้เราเลือกเดินอยู่หลายแนวทาง
    แล้วแต่ว่าเราจะเลือกเดินบนเส้นทางใด

    บนถนนเส้นทางของชีวิต
    บางครั้งเต็มไปด้วยลูกรัง..พื้นถนนขรุขระ..
    จะเดินไปทิศทางใดก็ดูลำบาก

    แต่มีถนนสายชีวิต
    ของผู้ที่ประสบความสำเร็จ
    เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต
    เดินไปตามพื้นถนนที่ขรุขระนั้น
    ก่อนที่จะถึงถนนหนทางที่ราบเรียบ


    แต่ถึงกระนั้น
    คงไม่มีใครโชคดีตลอด
    โดยไม่เคยเดินบนถนนที่ขรุขระนั้นเลย


    หากปัญหาและอุปสรรค
    คือ..ทางเลือกที่ให้เราหาทางออก..
    เชื่อไหมว่า..
    คนที่อดทนพยายามอย่างเต็มที..เต็มความสามารถเท่านั้น..
    จึงจะสามารถหาทางลัดให้แก่ชีวิต
    แม้จะเป็นเส้นทางที่ขรุขระ..
    แต่เขาก็ได้เลือกเดิน..ตามถนนเส้นทางนี้..

    เพื่อพิสูจน์ว่า..
    ทุกปัญหามีทางออกเสมอ..
    หากเราหาทางออกไม่เจอ..
    ก็จงหันหลังกลับ
    แล้วเดินไปตามทางที่เราเลือกเดิน
    ตามหนทางก่อนหน้านี้

    เพราะทุกอย่างมีทางเลือก
    เพราะทุกอย่างมีทางออก
    เราจึงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา


    โดยพยายามเปลี่ยนตัวปัญหา..ให้เป็นปัญญา..
    เปลี่ยนจากตัวอุปสรรค..ให้กลายเป็นการพยายาม..
    แล้วเราจะค้นพบทางออกของปัญหาทุก ๆ ปัญหาได้
    เพราะจุดจบของปัญหา
    คือ..จุดเริ่มต้นของการก้าวเดินต่อไป
    ดังนั้นเมื่อเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรค
    ให้เราหยุดแล้วถอยหลังมาหนึ่งก้าว
    เพื่อเว้นช่องว่างให้เรามองเห็นปัญหาและอุปสรรค
    ได้อย่างชัดเจน..
    ให้มีสติปัญญาและความพยายามเป็นเกาะกำบัง
    แล้วเดินหน้าต่อไป..อย่างมั่นใจ..


    ขอบคุณ
    June 08

    let's start

    Giving up, why should I

    I've come too far to forget
    We're beautiful, we just got lost

    Somewhere along the way
    So much was missing when you went away
    Let's start from here, lose the past
    Change our minds, we donŒt need a finish line
    Let's take this chance don't think too deep
    Of all those promises we couldnŒt seem to keep
    I don't care where we go
    Let's start from here

    Standing here face to face
    A finger on your lips
    Don't say a word don't make a sound
    Silence surrounds us now
    Even when you were gone I felt you everywhere
    Let' start from here, lose the past
    Change our minds, we donŒt need a finish line
    Let's take this chance don't think too deep
    Of all those promises we couldnŒt seem to keep
    I don't care where we go
    Let's start from here
    Let's start from here

    I've never been the one to open up
    But you've always been the voive within
    The only warmth from my cold heart
    Let's start from here, lose the past
    Change our minds, we don't need a finish line
    Let's take this chance don't think too deep
    Of all those promises
    Let's start from here, lose the past
    Change our minds, we don't need a finish line
    Let's take this chance don't think too deep
    Of all those promises we couldn't seem to keep
    I don't care where we go
    Let's start from here
    Let's start from here
    Let's start from here
    Let's start from here
     
    the second semester was end but the disertation beginning. so, i gonna be well done half my life in uk.
    however, let's start for complete the end.
    fighting fighting fighting
    June 02

    my idol

    ผู้หญิงคนนี้ “โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ” นักแสดงสาวที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการแฟชั่นไปเมื่อหลายเดือนก่อน

    กับการที่เธอสลัดผ้าลุกขึ้นมาถ่ายชุดว่ายน้ำให้กับนิตยสารเล่มใหญ่ และนั่นคืออีกจุดหนึ่งที่ทำให้ภาพของเธอคนนี้เปลี่ยนไป เธอกลายเป็นไอดอลของผู้หญิงหลาย ๆ คนที่เคยถูกล้อว่าไม่สวย ดำ และในวันนี้ เราได้รับเกียรติจากโอปอล์ ที่หลายคนบอกว่าเธอเป็นสาวมั่นใจ แรง และอารมณ์ขัน



    แต่ตัวตนเธอจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปพูดคุยกับเธอกันเลยดีกว่า
     
    “ปอล์เข้าวงการมา 5 ปีแล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ๆ ปอล์เล่นหนังเรื่องแจ๋ว ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 4 ที่จุฬาฯ ตอนนั้นคิดว่าเล่น ๆ แต่มันกลายเป็นอาชีพ ซึ่งอาชีพนี้มันนำมาซึ่งการเป็นคนที่รู้จัก เงินทอง และสังคมใหม่ ๆ ชีวิตก็เปลี่ยนไปจากตอนเรียนเยอะมาก”

    คิดว่าตัวเองเข้ามาในวงการนี้ได้ด้วยอะไร ความสามารถหรือว่าดวง
     
    “เออ...อันนี้ปอล์ก็ไม่รู้ แต่ปอล์ว่ามันมีส่วน ปอล์ว่าความสามารถปอล์ก็ไม่ได้มากกว่าใคร ก็เหมือนคนทั่วไป ยอมรับว่าโอกาสด้วยที่ผู้ใหญ่มอบให้”

    ตั้งแต่เข้าวงการมาภาพลักษณ์ของปอล์ จะดูเป็นสาวอารมณ์ดี ร่าเริง แรง แต่ตัวจริง ๆ ปอล์เป็นคนยังไง
     
    “ปอล์ก็เป็นคนปกติ ปอล์ยอมรับว่าปอล์เป็นคนเพี้ยน ภาพที่ดูว่าแรงจริง ๆ ปอล์ไม่ได้แรงอะไร และปอล์ไม่ใช่คนมั่นใจอะไรด้วย แต่ปอล์เป็นคนที่โอเคกับชีวิตปอล์ ปอล์ภูมิใจในสิ่งที่ปอล์เป็น ถึงปอล์จะอ้วนจะดำ ไม่สวย แต่ปอล์ก็มีความสุขกับชีวิตไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวหรือว่าทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทุกคนทำ แต่ทุกคนมองปอล์ว่ามั่นใจเนอะ แต่ปอล์เชื่อว่าปอล์เกิดมาในร่างนี้แล้ว เพราะฉะนั้นปอล์ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับร่างปอล์ให้ได้ ปอล์ไม่มีทางที่จะผอมไปกว่านี้ได้เยอะ หรือว่าขาวกว่านี้ได้แล้ว ถ้าเราจะเอาปมเหล่านั้นมากดชีวิตเราทำไมถ้าไม่มีความสุข ปอล์เห็นว่ามันเป็นเรื่องโง่ ๆ ก็ใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขแล้วกัน ไม่ได้มั่นใจ ไม่ได้แรง แค่เราเรียนรู้และมีความสุขในสิ่งที่เราเป็น”


    มีเรื่องเศร้าสุด ๆ กับเขาบ้างไหม

    “มีค่ะ คนแบบปอล์จะไม่มีตรงกลาง ใช้ชีวิตทุกวันแบบเหมือนจะตายวันนี้ แต่เมื่อเจออะไรที่เศร้าก็จะเศร้ากว่าคนอื่น แต่มันไม่มีที่สุด อะไรที่เราเสียใจก็จะเสียใจ ผิดหวังในความรักก็จะเสียใจ มีปัญหากับใครก็จะเสียใจ อย่างรายการวงเวียนชีวิต ปอล์ดูไม่ได้เลย ดูแล้วจะคิดตลอดนอนไม่หลับ คือถ้าเรื่องไหนกระทบใจก็จะเศร้าหนัก”

    แก้ยังไง
     
    “ปอล์โชคดีที่ปอล์มีสติในการใช้ชีวิตสู้ ปอล์อ่อนไหวจริง แต่ถ้าไม่มีสติ ไม่มีจุดยึดเลยก็จะลำบาก อย่างเวลาที่เราสุขมาก หรือว่าเราเศร้ามาก ปอล์จะมีตัวสติที่ดึงเรากลับ จะบอกตัวเองทุกครั้งว่าชีวิตมันก็เท่านี้ เดี๋ยวทุกอย่างมันจะผ่านไป เวลาเรามีความสุขมาก มีคนมาชื่นชมเรา ปอล์ก็จะมีสติมาเตือนอีกเช่นกันว่าเดี๋ยวมันจะผ่านไป จริง ๆ นะ ปอล์เลยไม่เป็นคนที่เวลาทุกข์แล้วจมอยู่กับทุกข์ หรือว่าสุขมาก ๆ แล้วเหลิง แล้วเวลาที่เห็นใครที่เป็นแบบนี้ ปอล์จะคิดทันทีเลยว่า เขาไม่รู้หรือไงว่าเวลามันผ่านไปเร็วแค่ไหน แล้วไม่มีอะไรแน่นอน”

    ขอย้อนไปตอนเด็ก ๆ หน่อย เคยโดนล้อเรื่องความดำของเราบ้างไหม
     
    “ยับเยินค่ะ ยิ่งสมัยตอนละครเรื่องข้าวนอกนาดัง ตอนนั้นเพื่อนวิ่งมาล้อมปอล์เป็นวงแล้วเรียกปอล์ว่าอีดำตับเป็ด อีดำตับเป็ด แล้วก็ล้อเป็นลูกนิโกรอะไรอย่างนี้ ซึ่งตอนเด็กเราไม่เข้าใจว่าเราต่างจากคนอื่นตรงไหน โดนเพื่อนล้อทุกวันกลับบ้านไปก็ร้องไห้ แล้วไปขังตัวเองในตู้ แล้วนั่งภาวนาขอให้ฉันหายไปเลย ตอนนั้นเศร้ามาก ปอล์เคยเอาสก๊อตช์ไบรต์ขัดตัวเพื่อที่จะให้หายดำ แต่มันก็มาได้คิดนะว่า ถึงเราจะนั่งร้องไห้ไปจนตายเราก็ไม่ได้หายไป ก็คิดว่าเอาเถอะฉันก็เป็นฉันแบบนี้แหละ ใครจะมองยังไงก็ช่าง เราเกิดมาแล้วเราก็ต้องมีความสุขกับชีวิตเรา”


    ถึงวันนี้กลับมาภูมิใจในตัวเองแล้วยัง
          
    “ปอล์ภูมิใจในตัวปอล์มาตลอด ไม่ใช่ว่ามันดีแล้ว ปอล์ว่าชีวิตปอล์มันเพิ่งเริ่มเอง ปอล์ยังไม่ได้เก่งไม่ดีอะไร แต่ความภูมิใจในตัวเองมันมาก่อน อย่างน้อยในชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด เราพึ่งพาตัวเองมาตลอด เราเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เราเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เราทำดีคิดดีมาตลอด พอมามีวันนี้เงินทองที่เราหามาได้ บ้าน รถ ส่งน้องเรียน เงินทั้งหมดมาจากหยาดเหงื่อแรงงานเราทั้งหมด อย่างน้อยเรามีศักดิ์ศรี ที่เราไม่เคยไปขอเงินใคร เบียดเบียนใคร”

    แล้วเป็น โอปอล์ ในวันนี้ยากไหม
     
    “ยากมากค่ะ ปอล์ไม่คิดว่าปอล์จะมีถึงวันนี้ วันนี้ของปอล์ไม่ได้หมายความประสบความสำเร็จแล้ว แต่วันนี้หมายถึงว่า หน้าที่การงานปอล์มีคนยอมรับ มีการจ้างงาน ไปไหนมาไหนมีคนมาทัก ได้ทดแทนคุณพ่อแม่ ได้ส่งน้องเรียน ก็มีความสุขแล้ว
     
    แต่ที่มันยากก็คือ ตอนเด็ก ๆที่บ้านพ่อแม่ ไม่ได้รวยแล้ว เราเห็นพ่อ แม่ ฝ่าฟันมาตลอด ในช่วงเด็กเราทำอะไรไม่ได้ เราไม่สวยพอที่จะไปสมัคร  พริตตี้ เราก็ได้แต่กัดฟันแล้วฝันว่าวันหนึ่งเราต้องมีเงินมีทองให้พ่อแม่เราสบายให้ได้ เราฝ่าฟันมาทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนเรียนจบ เริ่มทำงานเล็กงานน้อย วิ่งแปะโปสเตอร์ ตอน ตี 2 ตี 3 เริ่มมาเล่นหนังเริ่มจากบทเล็ก ๆ แล้วค่อยถีบตัวเองขึ้นมา จากการที่ไม่มีใครรู้จัก จากการที่ทุกคนดูถูก แล้วคนก็เริ่มที่จะยอมรับเราขึ้นมา
     
    จากตอนแรกที่คนบอกว่าอีดำเนี่ยเป็นใคร มาอยู่ในจอทีวีได้ยังไง คนด่าเยอะมาก ว่าเราไม่สวย กว่าเราจะพิสูจน์ได้ว่าเรามีอะไรมานำเสนอ ถึงจุดนี้ มันยากมาก กดดันมากเหลือเกิน แต่มันโอเค ปอล์อยากทำให้คนดูเห็นว่า จริงอยู่ ทีวีมันเป็นที่อยู่ของคนสวย หล่อ แต่ถ้าคุณเป็นตัวตนของคุณ แล้วคุณแค่เคารพในตัวเองปอล์ อยากเป็นแบบอย่างของคนที่ไม่สวย แต่มีอะไรแล้วนำเสนอตัวเองมาให้คนยอมรับให้ได้ โดยไม่ต้องเหมือนใคร มีความแตกต่าง ยอมรับในความแตกต่างและภูมิใจในตัวเอง ปอล์อยากให้ทุกคนเป็นแบบนั้น”


    ข่าวว่า ปอล์ทำงาน 7 วันรวด ไม่มีวันหยุดเลย ทำงานเยอะไปไหม
     
    “เยอะ งานเยอะมาก แต่ปอล์ชอบทำงานจริง ๆ เคยมีวันหยุด แต่หยุดไม่ได้ปอล์ต้องออกจากบ้านอยู่ดี มันชิน อย่างงานบางวันปอล์วิ่งที 4 งาน กลับบ้านเนี่ยนอนแบบเหมือนคนเมา ๆ มาก ๆ แต่เราไม่ได้กินเหล้าเลย กลับบ้านถึงหลับเลย แต่ปอล์ก็มีความสุขที่ได้ทำงาน”

    แล้วทำงานหนักขนาดนี้เพื่ออะไร
     
    “มันรู้สึกว่าชีวิตมีอะไรให้ทำนะ ตอนแรกบางงานก็ไม่อยากทำนะ แต่พอทำไปปุ๊บกลายเป็นชอบ ปอล์โชคดีที่ปอล์ได้ทำงานที่เหมือนไม่ทำงานแต่ได้เงิน เวลาเขาจ้างเราไปงานอีเวนต์ ปอล์ชอบพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ แล้วเวลาที่เราพูดอะไรออกไปแล้วมีคนกรี๊ด คนหัวเราะ มันเหมือนมีพลัง เราสนุกมาก เป็นตัวเองด้วย แล้วได้เงิน ดีเจยิ่งเป็นงานที่รัก ซิทคอมก็เป็นงานที่รัก
     
    ถามว่าทำเพื่ออะไร เงินก็คือปัจจัยหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญที่สุด ปอล์ทำเพื่อความสุขของตัวเอง ที่ได้ทำงาน ตอนแรกทำงานหนักไปก็ไม่รู้ว่าจะทำงานหนักไปเพื่ออะไร แต่พอเราออกไปเจอคน แล้วเขาเข้ามาทักว่า วันก่อนได้ดูรายการแล้วชอบมาก สนุกมาก ก็รู้แล้วว่ามีคนดูเราอยู่ เพราะฉะนั้นปอล์รู้แล้วว่าปอล์ทำงานหนักเพื่อความสุขของตัวเอง”


    ขอถามเรื่องความรักบ้าง จริง ๆ มีคนเข้ามาจีบบ้างไหม
      
    “ไม่ใช่แค่ไม่มีแฟนนะ มันไม่มีใครเข้ามาจีบเลย จริง ๆ ของที่สุดของจริง ๆ คนชอบหาว่าปอล์มีแฟนเป็นฝรั่ง เคยคุยกับฝรั่งแต่มันนานมากแล้ว แล้วยิ่งคนไทยไม่มีใครมาจีบเลย จริง ๆ มันน่าจะมีคนโทรฯ คุยบ้างอะไรบ้าง แต่ปอล์ไม่มี”

    เคยคิดไหมว่าทำไม
      
    “ในความคิดปอล์นะ คนไม่สวยก็มีแฟนได้ ปอล์เคยถามเพื่อนว่าทำไม เพื่อนบอกปอล์เพี้ยนไง เพี้ยนมากจนไม่มีใครกล้าเข้ามาคุย และบางทีดูเหมือนคนแรง แต่จริง ๆ ปอล์ไม่แรงเลย ปอล์เป็นผู้หญิงเบา ๆ ไม่ชอบมีเรื่องมีราว แต่ไม่รู้เพราะอะไรไม่เคยมีใครมาจีบเลย ถึงทุกวันนี้เลย   รู้สึกเฉย ๆ กับการมีแฟนมาก”

    แต่ถ้าจะมีแฟน ผู้ชายคนนั้นจะต้องเป็นคนยังไง
     
    “ปอล์ ชอบคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง และทำให้เราศรัทธาได้ คือปอล์จะไม่ชอบอะไรที่เหมือนคนอื่น ปอล์ศรัทธาในความเป็นตัวเองของแต่ละคน ถ้าใครเดินมาทำผมทรงเกาหลีมาเลย 10 คน ปอล์ก็จะปัดตกไปเลยทั้ง 10 คน แต่ถ้าเขามาต่างจากคนอื่นงั้นค่อยว่ากัน ปอล์ชอบคนที่มีตัวตนเป็นของตัวเอง รู้จักตัวเอง และมีความคิดที่ทำให้ปอล์ศรัทธาให้ได้ ปอล์ไม่ชอบคนที่จะมาให้ปอล์คิดแทน ตัดสินใจแทน ปอล์ไม่ชอบคนที่จะมายกย่องชื่นชอบปอล์มากนัก ปอล์ชอบคนที่จะมาช่วยกันคิด หรือว่าเป็นผู้นำปอล์ได้ เพราะว่าปอล์เป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกคนโต ปอล์ก็ต้องดูแลน้อง ดูแลพ่อแม่ ถ้าจะมีแฟนขอคนที่จะมาช่วยปอล์คิดได้ ช่วยปอล์ตัดสินใจได้ เพราะปอล์เหนื่อยที่จะคิดแล้ว ขอคนที่อยู่ด้วยแล้วอุ่นใจ”


    แสดงว่าเลือกเยอะเหมือนกัน
     
    “มากค่ะ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ของที่เราจะมาเล่น ๆ แต่ว่าถ้าเราเจอใครที่เรารู้สึกว่าคนนี้แหละ ปอล์ก็สามารถที่จะแต่งงานได้เลย เพราะปอล์เป็นคนที่ทำอะไรไม่แคร์ ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการ และมันไม่ผิดกับใครเพราะนี่คือชีวิตฉัน แต่ถ้าไม่เจอใครก็ไม่รู้จะแต่งกับใครเหมือนกัน”

    กลัวคำว่า ขึ้นคานไหม
     
    “ขึ้นคานก็ขึ้นคาน อย่าได้แคร์ ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ นะ เราเป็นผู้หญิงที่ทำงานที่ดูแลตัวเองได้”

    งั้นมีแผนสำรองในชีวิตไว้แล้วหรือยัง สำหรับชีวิตโสด
     
    “ปัจจุบันทำประกันชีวิตระยะยาวไว้แล้ว (หัวเราะ) เมื่อแก่ตัว ปอล์จะมีเงินก้อนจากการทำประกันชีวิต น้องปอล์ก็มีแฟนกัน เดี๋ยวเขาคงมีครอบครัว พ่อแม่ ปอล์คงมีหลานแต่คงไม่ใช่จากปอล์ เพราะปอล์ไม่ได้วางแผนชีวิตคู่ไว้เลย เพื่อนปอล์ก็แต่งงานไปเยอะ แต่ปอล์ยังไม่มีแฟนเลยด้วยซ้ำ เลยไม่คิดวางเรื่องครอบครัวอนาคต แต่คิดว่าคงยาก ถ้าจะแต่งงานมีลูกไม่เคยมีอยู่ในหัว”
     
    ถือว่าเป็นผู้หญิงยุคใหม่ ไฟแรงและมีความชัดเจนในตัวตนของเธอ ซึ่งเราเองก็อยากจะให้หลาย ๆ คน คิดอย่างโอปอล์ ในมุมที่ทุกคนต้องมีตัวตนของตัวเอง เพราะการเป็นตัวของตัวเองคือสิ่งดีที่สุด.

     

    เป็นในแบบที่เราเป็น ไม่ทำร้ายหรือความเดือดร้อนให้ใคร ทำในสิ่งที่ถูกต้องและมีความสุขกะชีวิตของเราเอง สุดๆๆๆๆ

    May 24

    ยิ่งใช้ชีวิต ยิ่งได้กำไรกลับคืน

     
    ถ้าเปรียบชีวิตกับเงินทุน คงทำให้เรามองเห็นภาพความจริงได้ชัดเจนขึ้น
    สมมุติว่าเรามีเงินก้อนใหญ่อยู่ในมือ และเงินนั้นคือต้นทุนทางธุรกิจ
    แต่เพราะความเสียดายเพราะความกลัว ว่าถ้าเอาเงินนั้นไปต่อยอด แล้วมีอะไรผิดพลาด
    เงินก้อนนั้นก็จะไม่อยู่กับเราอีก แล้วก็เฝ้าเก็บกอดเงินก้อนนั้นไว้โดยไม่แตะต้อง

    ในความรู้สึกเราอาจจะคิดว่าการเก็บเงินไว้เฉยๆ น่าจะปลอดภัยกว่า...
    ทั้งๆ มีความจริงที่เราไม่อาจคาดคิดก็คือ
    วันเวลาผ่านไปนับวันค่าของมันยิ่งลดน้อยลงไป
    แต่ถ้าเอาไปต่อยอดด้วยวิธีที่ชาญฉลาด เงินนั้นก็จะพอกพูนเพิ่มขึ้น

     
    คนทุกคนเกิดมาบนโลกนี้ ล้วนมีต้นทุนพกมาเท่ากัน เพียงแต่มันไม่ใช่ตัวเงิน
    ต้นทุนนั้นก็คือการได้เกิด ได้เติบโต ได้มีชีวิต
    และมีลมหายใจไปตามทิศทางของตนเอง

    การเก็บชีวิตไว้ในที่ที่ปลอดภัย
    และเดินไปในทิศทางที่ถูกกำหนดไว้ด้วยความรัก
    แม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เรามีชีวิตที่สวยงาม
    แต่โลกนี้ไม่ได้สวยงานไปหมดทุกแง่มุม


     
     
    การที่ชีวิตจะแข็งแรงได้นั้นก็มีอยู่วิธีเดียว
    นั่นก็คือการได้ใช้มันอย่างเหมาะสมตามวันเวลา
    ให้ตัวเองได้ออกไปผจญภัยบ้าง เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้ชีวิต
    ต่อไปในวันข้างหน้าเราจะได้มีเรื่องราวดีๆ เก็บไว้ต่อทุนให้ตัวเอง

     
     
     
    May 22

    ท้ายสุด

    สอบเสร็จแระ เหนื่อยจัง ที่เหนื่อยไม่ใช่เพราะเรียนยาก แต่มันเหนื่อยที่ทำงานทุกอย่างเอาตอนใกล้ส่ง แย่มากมาย ทำตัวแย่กว่าตอนเรียนที่ไทยอีก เซงจิต คะแนนคงออกมาตามเนื้อผ้าชัวๆๆ เหนื่อยใจกะตัวเอง.....................
     
    โย่ว โย่ว เพิ่งรู้สึกว่ากรรมมีจิง และรวดเร็วสุดๆๆๆ อิอิ ใครทำอะไรไว้กะคนอื่น ย่อมได้รับสิ่งนั้น เข้าใจจิงๆๆ 5555555 
     
     
    ชีวิตคนเราก้อมีแค่นี้แหละ ไม่รู้จะข่มเหงผู้อื่นไปทำไม ยกตนข่มท่านได้อีก สุดท้ายคนที่จะเสียใจมากที่สุดก้อคือคนที่กระทำเยี่ยงนั้นนั่นเอง อิอิ
     
     
    ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย..........................................คิดถึงไทยแลนย์ บ้านเกิดเมืองนอน
    May 11

    ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.!

     
     
     
    "การทำความเห็นให้ตรง"

    คือ การเป็นผู้ตรง.

    ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.?

    ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง.

    โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ

    ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.!


    เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้

    มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ

    เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............


    ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.!


    เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ

    แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ

    กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................?


    หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ

    ไม่อยากมีความโกรธ....?


    นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

    และ นอกจากนี้

    ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง

    เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.!

    เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ

    ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า

    ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย

    ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล

    แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล.


    บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย.


    ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง

    (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี.


    เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.!


    ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง

    และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย.

    เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน

    ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก....................

    การที่จะพิจารณา ว่า

    มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่

    ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.?

    ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก

    ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ

    ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น.

    และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.?

    หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.?

    นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง.

    ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก

    ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร.

    ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.!
     
    "การทำความเห็นให้ตรง"

    คือ การเป็นผู้ตรง.

    ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.?

    ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง.

    โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ

    ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.!


    เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้

    มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ

    เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............


    ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.!


    เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ

    แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ

    กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................?


    หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ

    ไม่อยากมีความโกรธ....?


    นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

    และ นอกจากนี้

    ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง

    เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.!

    เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ

    ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า

    ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย

    ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล

    แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล.


    บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย.


    ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง

    (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี.


    เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.!


    ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง

    และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย.

    เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน

    ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก....................

    การที่จะพิจารณา ว่า

    มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่

    ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.?

    ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก

    ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ

    ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น.

    และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.?

    หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.?

    นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง.

    ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก

    ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร.

    ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.!
     
     
     
    "การทำความเห็นให้ตรง"

    คือ การเป็นผู้ตรง.

    ยากไหมคะ....ที่จะเป็นผู้ตรง.?

    ถ้าไม่มี หิริ โอตตัปปะ.....ก็เป็นผู้เอียง.

    โดยมาก มักจะพยายามหาทาง...ที่จะไม่โกรธ

    ไม่มีใครชอบความโกรธเลย.!


    เวลาโกรธ.......ไม่สบาย ความดันสูง เป็นไข้

    มีอันตรายหลายอย่าง อันเกิดจากความโกรธ

    เช่น เดินไป ก็อาจจะหกล้มตกบันได............


    ทำอะไรก็ได...เพราะความโกรธ.!


    เพราะฉะนั้น................ไม่ชอบความโกรธ

    แต่ว่า เห็นโทษ เห็นภัย มี หิริ โอตตัปปะ

    กลัว "อกุศล" คือ ความโกรธ................?


    หรือ เพียงแต่ว่า ไม่ชอบ

    ไม่อยากมีความโกรธ....?


    นี่ค่ะ....เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

    และ นอกจากนี้

    ก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของ ความโลภ ความติดข้อง

    เพียงแต่ ไม่ต้องการความโกรธ เท่านั้น.!

    เป็นเรื่องที่ต้องตรงจริงๆ

    ว่า ธรรมใด เป็นอกุศล ก็ต้องเห็นว่า

    ธรรมนั้น เป็นอกุศล ด้วย

    ไม่ใช่เห็นแต่ "โทสะ" ว่า เป็นอกุศล

    แต่ ไม่เห็น ว่า "โลภะ" ก็เป็นอกุศล.


    บางคน..........เห็นโทษ ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    แต่ไม่เห็น ความดี ของ ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก เลย.


    ซึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง

    (จะเห็นว่า)......แม้จะเป็น ผู้ที่ไม่เป็นที่รัก

    ผู้นั้น ก็ย่อมมีทั้ง ความดี และ ความไม่ดี.


    เพราะว่า ทุกคน ต้องมีทั้ง กุศล และ อกุศล.!


    ต้องเป็นผู้ตรง.........แม้ ต่อตนเอง

    และต้องตรง แม้ผู้ที่เป็นที่รัก ด้วย.

    เพราะหากพิจารณา จากชีวิตประจำวัน

    ถ้าบุคคลใด.....ไม่เป็นที่รัก....................

    การที่จะพิจารณา ว่า

    มี หิริ โอตตัปปะ ต่อบุคคล ผู้ไม่เป็นที่รัก หรือไม่

    ก็คือ เห็นแต่เพียงโทษ ของบุคคลนั้น หรือเปล่า.?

    ขณะใด...เห็นแต่โทษ ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก

    ขณะนั้น.......ไม่มี หิริ โอตตัปปะ.......(มาก) พอ

    ที่จะเห็น ความดี ของบุคคล ที่ไม่เป็นที่รัก นั้น.

    และสำหรับ บุคคลผู้เป็นที่รัก........เห็นแต่ ความดี.?

    หรือ เห็น แม้ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รักด้วย.?

    นี่คือ หิริ โอตตัปปะ....นี่คือ ความเป็นผู้ตรง.

    ในการเห็น ความไม่ดี ของบุคคล ผู้เป็นที่รัก

    ก็เพื่อที่จะ "เกื้อกูล"...เมื่อมีโอกาสที่สมควร.

    ที่สำคัญ.....ไม่ลืมพิจารณาตนเอง.!